ขายของดรอปชิปต่างประเทศ ค่าส่งสบายกระเป๋าแบบ ePacket

dropship with ePacket Delivery

ทำไมการจัดส่งสินค้าแบบ ePacket นั้น เป็น 1 ในทางเลือกที่ดี่ที่สุดสำหรับผู้ที่ทำธุรกิจดรอปชิปที่อยากโกอินเตอร์ ขายสินค้าไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลก แม้แต่เจ้าของร้านค้า ecommerce ในอเมริกาเองก็ใช้วิธีการจัดส่งประเภท ePacket นี้ในการนำสินค้าเข้าไปขายยังแพลตฟอร์มดังต่างๆ เช่น Shopify, Amazon, Ebay, Etsy และอีกมากมาย

เคล็ดลับหลักล้านกับการขายของออนไลน์แบบ Dropship โกอินเตอร์ง่ายๆสบายๆด้วยค่าส่งสุดคุ้มกับ ePacket

เมื่อสถานการณ์ขายของออนไลน์ภายในไทยนั้นถึงขั้นวิกฤตเพราะแข่งขันกันเลือดสาด จากทั้งพ่อค้าแม่ค้าตัวจริง และพ่อค้าแม่ค้าสมัครเล่น ที่ผันจากการเป็นคนซื้อมาเป็นคนขาย โดยหลายคนก็ใช้บริการทั้งแบบสต็อคสินค้าเองหรือ Dropship

ด้วยจำนวนคนขายของออนไลน์ที่ล้นทะลักตลาดในปัจจุบันทำให้วงการขายของออนไลน์ในประเทศไทยนั้นคึกคักมากๆ แถมช่องทางการขายแบบแพลตฟอร์มดังๆอย่าง Lazada หรือ Shopee ก็มักจะมีการลดกระหน่ำแจกโปรล่อ ซึ่งเป็นจุดเด่นในการดึงนักช้อปให้มาซื้อออนไลน์กันเป็นจำนวนมาก บรรดาคนขายของออนไลน์เลยต้องสู้กันสุดฤทธิ์โดยบางเจ้าขายตัดราคากันแบบโหดๆ บางเจ้าอาจจะเน้นเรื่องของแถมและการบริการส่งของที่รวดเร็ว บางเจ้าก็ใช้เทคนิคทางการตลาด อย่างการทำไลฟ์แจกของพร้อมโปรโมชั่น ตอนนี้เลยจะเห็นสินค้าและพ่อค้าแม่ค้าเต็มตลาดขายของออนไลน์เลยทำให้ใครมีจุดแข็งได้เปรียบก็อยู่รอด หรือหากอ่อนแอก็แพ้ไปตามเกม

ดังนั้นเลยทำให้หลายๆคนหันเหไปเจาะกลุ่มลูกค้าในต่างแดน ซึ่งสำหรับพ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์มือใหม่ อาจจะงงว่า ขายต่างประเทศนี่มันไกลเกินเอื้อมเลย แถมค่าส่งสินค้ายังโหดสุดๆ ซึ่งเอาจริงๆแล้ว มันไม่ได้ยากหรือสลับซับซ้อนอย่างที่คิด เพราะทั้งบริการ Dropship ที่ช่วยแบ่งเบาเรื่องการสต็อคสินค้าเยอะๆ ทำให้ลดต้องทุนและลดเวลาในส่วนนี้ได้มากขึ้น รวมถึงการบริการส่งพัสดุแบบ ePacket ที่ทำให้การส่งสินค้าไปต่างประเทศนั้นง่ายเหมือนปลอกกล้วย แถมประหยัดค่าใช้จ่ายอีกต่างหาก

เริ่มต้นทำความเข้าใจง่ายๆในการขายของออนไลน์แบบโกอินเตอร์ด้วย Dropship

หลายๆคนอาจจะเคยสั่งของจากเว็บใหญ่ๆอย่าง Aliexpress ของประเทศจีนกันมาบ้าง เคยสังเกตุไหมว่าเราสามารถเลือกวิธีการจัดส่งได้โดยเลือกการส่งแบบ ePacket ซึ่งจากค่าส่งที่เคยคิดว่าแพงนั้นกลับกลายเป็นถูกหรือบางครั้งก็ฟรีไปซะอย่างงั้น

ซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้วการจัดส่งแบบ ePacket นั้นเป็นการช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์โดยเฉพาะเลย เพราะการส่งแบบ ePacket นั้นมีค่าส่งไปเมืองนอกที่ถูกกว่าการส่งทั่วไป นอกจากนี้หากพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยคนไหนอยากจะโกอินเตอร์แบบจริงๆจังๆ ให้ลองศึกษาวิธีการขายสินค้าแบบ Dropship ไว้ควบคู่กันไปได้เลย เพราะจุดเด่นของการทำดรอปชิป คือเราไม่ต้องแบกสต็อคหรือมีคลังสินค้า ไม่ต้องแพคไม่ต้องห่อให้เสียเวลา และที่สำคัญจากที่เราเคยขายให้กับลูกค้าชาวไทยธรรมดา

การทำ Dropship จะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ รวมถึงการลุยตลาดใหม่ๆด้วย เพราะด้วยรูปแบบการให้บริการ นั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายสินค้าในประเทศไทยแต่เพียงอย่างเดียว การทำดรอปชิปนั้นสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายลูกค้าใหม่ให้เราในตลาดต่างประเทศได้อีกในหลายๆประเทศ ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ ขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้เราอีกทางหนึ่ง

ช่องทางการโกอินเตอร์ของพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

หลังจากพอทราบกันแล้วว่า ePacket นั้นช่วยทำให้เราขยับขยายไปต่างแดนได้ยังไง ทีนี้มาลองมองหาช่องทางการขายกันบ้าง แนะนำเลยกับการขายของผ่าน Ebay, Amazon, Etsy หรือแม้แต่เปิดเว็บไซด์ขายสินค้าเองบน Shopify เลยก็สามารถทำได้เช่นกัน เพราะถือว่าช่องทางที่ทำเงินได้เยอะพอควร

เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศๆเดียว สามารถลงขายได้ในประเทศหลักๆอย่าง อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรเลีย และอีกหลายๆประเทศนับไม่ถ้วน

หลักการก็ไม่ยากเลย เล็งสินค้าที่ต้องการขาย หรืออาจจะลองสำรวจตลาดดูพฤติกรรมนักช้อปต่างแดนกันก่อน แล้วก็ลองเริ่มทำ Dropship เอาซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะมองหาสินค้าถูกๆจากเมืองจีน ทั้งใน Aliexpress หรือ Alibaba โดยเราอาจจะเริ่มเทสต์ ตลาดก่อน

ส่วนในแง่ของค่าจัดส่งนั้นแนะนำตามข้างต้นเลยคือใช้การจัดส่งสินค้าแบบ ePacket สำหรับการส่งสินค้าไปให้ลูกค้าไปยังประเทศปลายทาง โดย ePacket นั้นอาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย เช่น อาจจะมีเรื่องของน้ำหนักมาเป็นเกณฑ์วัดเป็นต้น

คุ้มยิ่งกว่าคุ้มกับ ePacket

ถึงตอนนี้พอได้สินค้าได้ตลาดตามทีเล็งไว้แล้ว มาคำนวณความคุ้มกับการใช้บริการของ ePacket กันเลย จริงๆแล้วในจีนนั้นมีการให้บริการจัดส่งแบบ ePacket มานานพอควรแล้ว ซึ่งจุดประสงค์คือ เป็นการช่วยส่งเสริมคนขายของออนไลน์หรืออีคอมเมิร์ซ ให้สามารถขยับขยายโอกาสในการขายสินค้าให้กับลูกค้าต่างประเทศได้ในราคาค่าจัดส่งที่ย่อมเยาว์

ข้อดีอีกอย่างคือ การส่งแบบ ePacket สามารถส่งได้ไวกว่าวิธีส่งทางเรือแบบดั้งเดิมที่ถึงจะราคาพอๆกัน แต่ใช้เวลาข้ามน้ำข้ามทะเลนานกว่า ePacket เป็นเท่าตัวเลย ดังนั้น ePacket จึงเป็นระบบการขนส่งที่คนขายสามารถนำเสนอราคาค่าจัดส่งอันเป็นมิตรให้แก่ลูกค้าได้ ส่วนตัวลูกค้าเองนั้นก็จะรู้สึกแฮปปี้เพราะจ่ายค่าส่งที่ถูกแสนถูกแถมยังได้รับสินค้าในเวลาที่พอเหมาะพอดี ทำให้อยากจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น แถมไม่ต้องกลัวว่าค่าขนส่งจะแพงกว่าค่าสินค้า (ซึ่งเหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นบ่อยกับคนที่ช้อปสินค้าจากต่างประเทศ)

สรุป

จะเห็นได้ว่าการส่งแบบ ePacket นั้นมีจุดแข็งและข้อดีต่างๆมากมาย แต่ก็ยังมีเรื่องที่คนขายออนไลน์อาจจะต้องเช็คข้อมูลให้ดีๆ คือเรื่องของน้ำหนักของพัสดุที่ต้องการจัดส่งมีการจำกัดไว้ที่ 2 กิโลกรัม ดังนั้นหากสินค้าของคุณมีน้ำหนักเบาๆ การจัดส่งผ่าน ePacket ถือเป็นตัวช่วยได้อย่างดี แต่ถ้าหากสินค้าของคุณมีน้ำหนักเยอะและไม่เข้าเกณฑ์ก็อาจจะไม่สามารถใช้บริการได้ ดังนั้นตอนเลือกสินค้าที่นำมาขายออนไลน์ควรเช็คในเรื่องของขนาดและน้ำหนักให้ดีๆ เพราะเมื่อเราบริหารต้นทุนทั้งค่าสินค้าและค่าจัดส่งได้ดี คนขายของออนไลน์สายลุยก็มีโอกาสแตะเงินล้านได้แน่ๆ

Resource:

  • https://www.reddit.com/r/dropship/comments/8aesii/is_epacket_a_must_apparently_not/
  • https://aveeto.com/how-to-dropship/best-aliexpress-shipping-method-for-dropshipping-epacket-guide/
  • https://www.oberlo.com/blog/what-is-epacket-delivery
  • https://www.shopify.com.sg/blog/epacket-delivery-explained-everything-you-need-to-know-about-epacket-shipping
  • https://www.aliexpress.com/w/wholesale-dropship-epacket.html
>