สินค้า Print on Demand คืออะไร?

What is POD

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า สินค้า POD ผ่านหูกันมาบ้างแล้ว และอาจจะมีบางคนสงสัยว่า สินค้า POD นั้นคืออะไร มีสินค้าอะไรบ้างที่เราเรียกว่าสินค้า POD แล้วเพราะอะไรมันถึงเป็นที่นิยมในต่างประเทศมาก่อน ซึ่งในไทยเราจะยังไม่ค่อยได้เห็นผ่านตากันมากนัก

สินค้า Print On Demand (POD)

สินค้า POD นั้นเป็นรูปแบบหนึ่งของการทำธุรกิจแบบดรอปชิป ถ้าจะให้แปลตรงตัวก็คือ เป็นสินค้าประเภทที่สามารถสั่งผลิตโดยการพิมพ์ขึ้นมา ตามจำนวนความต้องการสั่งซื้อนั่นเอง

ผมยกตัวอย่างเช่น เสื้อยืด ปกติร้านขายเสื้อยืดทั่วไป ถ้าเค้าต้องการจะขายเสื้อยืด 1 ลาย ร้านค้าจะต้องสั่งเสื้อมาเป็นล็อตใช่มั้ยครับ เช่น ครั้งละ 100 ตัวหรือต่ำๆเลยก็ 20-30 ตัว และเนื่องจากเราสั่งมาเพื่อขาย 1 ลายเรายังต้องสั่งมาหลายไซส์อีกใช่มั้ยครับ S, M, L โดยที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำนะครับว่าลายนั้นๆจะขายได้มั้ย

แต่เจ้าสินค้า POD นั้น เมื่อลูกค้าสั่งซื้อเสื้อแค่ 1 ตัว ไซส์ไหน สีไหนก็ได้ และด้วยเทคโนโลยีในยุคดิจิตอล ลายเสื้อที่เราได้ออกแบบเป็นไฟล์กราฟฟิคไว้ จะถูกอัพโหลดผ่าน Internet และวิ่งเข้าหาเครื่องจักรในโรงงานโดยตรงแบบอัตโนมัติ เครื่องจักรก็จะทำการพิมพ์ลายบนผ้านั้นจนเสร็จ และคนงานก็นำไปส่งไปยังลูกค้าภายในวันเดียวกันได้เลย

ดีมั้ยครับ? ซึ่งในยุคแรกเริ่มนั้นสินค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื้อยืดเป็นหลักครับ

มี Platform อะไรบ้างที่ให้บริการ Print On Demand

อย่างที่บอกไว้ครับในยุคเริ่มแรกนั้นเว็บต่างๆที่เป็นแพลตฟอร์มให้บริการ POD ส่วนใหญ่นั้นส่วนใหญ่จะเริ่มจากการขายเสื้อยืด แล้วภายหลังก็จะเริ่มมีสินค้าเล็กๆน้อยๆเข้ามาขายเพิ่มเติมเช่น แก้วน้ำ สติกเกอร์ สร้อยคอ เป็นต้น

ขั้นตอนการใช้งานแพลตฟอร์ม POD เหล่านี้ก็มักมีขั้นตอนหลักๆเหมือนกันดังนี้

  1. Design – ออกแบบลายกราฟฟิคและอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์
  2. Promote – ลงโฆษณาช่องทางต่างๆเช่น Facebook™, Google เพื่อให้คนเข้าไปซื้อสินค้าในหน้าสินค้าของแพลตฟอร์ม
  3. Profit – รับกำไรจากส่วนต่างของราคาที่เราตั้งขายกับต้นทุนของสินค้าที่แพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด

วีดีโอตัวอย่างการนำรูปภาพอัพโหลดขึ้นไปใส่บนสินค้าบนแพลตฟอร์ม TeeSpring

รูปที่ใช้เป็นแค่ตัวอย่างสาธิตให้ดู ห้ามนำรูปภาพลิขสิทธ์ไปขายนะครับ 🙂

แพลตฟอร์ม POD ที่เป็นที่นิยมในช่วงแรกๆ ประกอบด้วย

Teespring Website

1. Teespring

เป็นแพลตฟอร์มยอดนิยม ที่บรรดานักการตลาดนิยมใช้กันมากในช่วงแรก และเนื่องจากมีคอร์สสอนการขายเสื้อยืดด้วย Teespring อยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้มีคนสนใจที่จะมาหารายได้จาก Teespring เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความง่ายในการใช้งานถือเป็นข้อที่โดดเด่นมากสำหรับ Teespring

คุณสมบัติเด่น:

  • ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนในการเข้าใช้งาน
  • ใช้งานง่าย – หน้าตาเว็บไซต์ดูสะอาดใช้งานง่าย เสถียร
  • ไม่มีขั้นต่ำ – ถ้ามีคนสั่งสินค้าที่คุณออกแบบเพียงแค่ 1 ชิ้น Teespring ก็ยังคงผลิตสินค้าให้คุณ
  • ฐานลูกค้า – เนื่องจาก Teespring เป็นแบรนด์ที่มีคนรู้จักกันดี ทำให้มีฐานลูกค้าเดิมอยู่เป็นจำนวนมาก

2. ViralStyle

ViralStyle สร้างขึ้นจากนักการตลาด ที่เห็นช่องว่างของแพลตฟอร์มอื่นๆที่ ยังขาดฟีเจอร์สำคัญๆที่ช่วยในการขายให้กับนักการตลาดที่มีความเชียวชาญ (Marketer to Marketer) แต่ภายหลังก็เริ่มจะแผ่วๆไป เนื่องจากแพลตฟอร์มอื่นๆก็ปรับตัว และพัฒนาตามมาได้ทัน

คุณสมบัติเด่น:

  • ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนในการเข้าใช้งาน (ช่วงแรกมีเสียค่าเข้า)
  • ออกแบบในมุมมองนักการตลาด – ฟีเจอร์ต่างๆที่ออกแบบมารองรับนักการตลาดออนไลน์โดยเฉพาะ
Gearbubble Website

3. Gearbubble

เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นจากนักการตลาดออนไลน์เช่นกัน เจ้าของคือ Donal Wilson ซึ่งแต่ก่อนก็เป็นนักการตลาดรุ่นแรกที่สอนการทำการตลาดขายสินค้า POD ผ่าน Teespring ซึ่งในภายหลังได้เปิดตัว Gearbubble Pro ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม POD ในยุคที่ 2 ที่จะกล่าวถึงในภายหลัง

คุณสมบัติเด่น:

  • ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนในการเข้าใช้งาน
  • มีกลุ่มสังคมของผู้ขายที่เข้มแข็ง – กลุ่ม FB ของ Gearbubble นั้นมีการอัพเดทข่าวสาร สินค้า เทรนต่างๆอยู่อย่างสม่ำเสมอ
  • สามารถอัพเกรดได้ – สินค้าต่างๆที่ลงใน Gearbubble ถ้าต้องการไปยังระบบที่ขั้นสูงกว่าอย่าง Gearbubble Pro ก็สามารถนำสินค้าเก่าเข้าไปใช้งานได้ทันที

4. Teechip

เว็บไซต์ TeeChip เป็นแหล่งที่นักขายเสื้อยืด เคยให้ความนิยมสูงเช่นกัน เนื่องด้วยราคาต้นทุนต่อเสื้อที่ต่ำกว่าเจ้าอื่นๆในตลาดในช่วงแรกและ Teechip เป็นแพลตฟอร์มที่มีความเข้มงวดน้อยกว่าเจ้าอื่น ซึ่งก็เป็นสาเหตุให้สินค้าประเภท Trademark หรือผิดลิขสิทธิ์เข้าไปลงขายเป็นจำนวนมาก มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพของสินค้าพอสมควร

คุณสมบัติเด่น:

  • ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนในการเข้าใช้งาน
  • ต้นทุนต่ำ – ต้นทุนต่อชิ้นของสินค้าต่ำกว่าหลายแพลตฟอร์ม

5. Sunfrog

เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ด้านเสื้อยืดพิมพ์ลาย Sunfrog มีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยมีจำนวนสินค้า (ลาย) ให้เลือกเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่นๆในยุคเริ่มต้น ราคาขายเสื้อยืดบน Sunfrog มีราคาถูก ทำให้เป็นที่นิยมมากในหมู่ลูกค้าทั่วไป

คุณสมบัติเด่น:

  • ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนในการเข้าใช้งาน
  • ราคาถูกสำหรับลูกค้า – สำหรับเสื้อยือราคาถูก Sunfrog ถือเป็นตัวเลือกต้นๆในใจของลูกค้าเลยทีเดียว
  • ฐานลูกค้า – เนื่องจาก Sunfrog เป็นแบรนด์ที่อยู่มานาน ฐานลูกค้าเก่าจึงมีอยู่มาก
Zazzle Website

6. Zazzle

Zazzle เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มของ POD ที่มีความเฉพาะตัวมาก อาจจะเนื่องจาก Zazzle เป็นบริษัทในฝั่งยุโรป ไม่เหมือนกับเจ้าอื่นๆส่วนใหญ่ที่อยู่ อเมริกา สินค้าบนแพลตฟอร์มจะออกไปในทางสร้างสินค้า DIY หรือให้เป็นของขวัญ สินค้าที่เป็นที่นิยมขายบน Zazzle ได้แก่ เสื้อยืด, รองเท้า, หุ้มขา, กระเป๋า, คำเชิญ, แก้ว, เครื่องใช้สำนักงาน, ผ้ากันเปื้อนและอื่น ๆ อีกมากมาย

คุณสมบัติเด่น:

  • ฟรี – ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนในการเข้าใช้งาน
  • คุณภาพสินค้า– สินค้าของ Zazzle เป็นที่ไว้วางใจได้ว่าเป็นของมีคุณภาพ
  • ฐานลูกค้า – มีฐานลูกค้าอยู่ในยุโรปเป็นจำนวนมาก

นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีแพลตฟอร์ม POD ในยุคเริ่มแรกอีกหลากหลายเว็บไซต์ เดี๋ยวเราไปค่อยไปดูกันต่อว่า POD ในยุคถัดไปเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรกันบ้าง

สรุป

ในยุคเริ่มต้นของการทำ POD นั้น คนนิยมที่จะไปทำบนแพลตฟอร์มต่างๆกันมาก อันเนื่องมากจาความง่าย และรวดเร็วในการที่ออกแบบเสร็จ ก็สามารถอัพโหลดขึ้น แล้วก็ลงโฆษณาขายสินค้าได้ทันที ทำให้คนจำนวนมากหันมาสนใจ และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำกับธุรกิจ POD ในช่วงแรก

แต่เนื่องจากตัวสินค้าทั้งหมดนะจะอยู่บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น ของแพลตฟอร์ม POD ต่างๆเหล่านั้น และผู้ขายจะได้กำไรจากส่วนแบ่งตามที่กำหนดไว้ในแต่ละแพลตฟอร์มนั่นเอง สิ่งสำคัญคือผู้ขายไม่สามารถที่จะปรับแต่งเว็บไซต์ เพิ่มวิธีการทำการตลาดใหม่ๆ รวมถึงข้อมูลลูกค้าที่แพลตฟอร์มเก็บไว้ใช้เอง

ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจ POD เติบโตไปอยู่ในรูปแบบที่ผู้ขายสามารถควบคุมข้อมูลลูค้า ขั้นตอนการทำการตลาดที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

ปล. รออ่าน POD ในยุคที่ผู้ขายเป็นผู้คุมเกมส์ได้ในบทความถัดไปครับ