9 เทคนิคขายของออนไลน์ให้ปัง โดยไม่ต้องพึ่งการลงโฆษณา

9 เทคนิคขายของออนไลน์ให้ปัง โดยไม่ต้องพึ่งการลงโฆษณา

เห็นใครๆ ก็ขายของออนไลน์กันเยอะแยะ คําถามคือ เขาขายของออนไลน์ให้ปัง มีเคล็ดลับดีๆ กันยังไงนะ กว่าจะค้นหาเทคนิค ขายของออนไลน์ดีๆ เจอ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็หมดเงินค่าคอร์สและค่าลองยิงแอดโฆษณาไปเสียมากมาย ดังนั้นคราวนี้เราเลยมา เผยวิธีที่ทั้งเข้าใจง่ายและใช้ได้ทันที แบบไม่ต้องรอดูยูทูปฟรีๆ ที่ลองทําเท่าไหร่ก็พังไม่เป็นท่า บอกเลยว่าเคล็ดลับนี้หากลงมือ ทํากันจริงจังก็สร้างผลลัพธ์ได้ดีอย่างแน่นอน รับรองว่าสร้างยอดขายของออนไลน์ให้ปังแบบไม่ต้องมโนเลยทีเดียว

เกริ่นกันก่อนว่าข้อมูลพื้นฐานที่หลายคนยังไม่เคยรู้เกี่ยวกับการขายของออนไลน์นั้นมีอะไรบ้าง

  • E-commerce เทคนิคขายของออนไลน์ที่เน้นสร้างยอดขายของออนไลน์ให้ปังนั้นส่วนใหญ่จะเป็นการทำ E-Commerce แบบ B2C หรือการขายจากผู้ขายไปยังลูกค้าผู้ใช้ตัวจริงนั่นเอง ซึ่งประเทศไทยนั้นติดอันดับการสร้างยอดขายออนไลน์แบบ B2C สูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ถึง 5 ปี ซ้อนเลยทีเดียว โดยการสำรวจในปี 2562 พบว่าตลาดขายของออนไลน์ในกลุ่มนี้มีมูลค่าถึง 4.02 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นว่าพ่อค้าแม่ค้าไทยนั้นมีเทคนิคขายของออนไลน์ดีๆ ทัดเทียมกับต่างประเทศเลยทีเดียว
  • ช่องทางการตลาดออนไลน์ ถือเป็น 4P ส่วนสำคัญในการทำธุรกิจ และยังถือเป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคขายของออนไลน์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายอีกทางหนึ่ง โดยเรามีสถิติช่องทางในการทำการตลาดที่ถือว่าเป็นเทคนิคขายของออนไลน์ที่สำคัญดังนี้คือ Line (32.10%), Facebook (30.27%), Instagram (26.83%) โดยจากการสำรวจพบว่าตลาดออนไลน์เมืองไทยนั้นผู้ค้ากว่า 95% ขายของออนไลน์ให้ปังจากช่องทาง Facebook เป็นหลักนั่นเอง
  • เทรนด์การตลาดออนไลน์ โซเชียลมีเดียนั้นถือเป็นเทคนิคขายของออนไลน์ที่ดี ซึ่งก็มีคู่แข่งหนาแน่นพสมควร แต่โชคดีที่ปัจจุบันเรามีทางเลือกที่น่าสนใจเพิ่มขึ้น เช่น TikTok ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้งานในประเทศไทยสูงถึง 10 ล้านคน การสร้าง Sale Page การใช้ Google Ads และทำ SEO ก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ถึง 75% รวมถึงการไลฟ์สดขายสินค้านั้น ถือเป็นช่องทางที่ทำเงินได้มากอย่างไม่น่าเชื่อ โดยมียอดซื้อขายสูงถึง 40% เลยทีเดียว โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นนั้นขายของออนไลน์ให้ปังโดยการไลฟ์สดแทบทุกวันเลยทีเดียว

เจาะลึกเทคนิคขายของออนไลน์ให้ปังแบบไม่ต้องพึ่งโฆษณา

1. สร้างกระแสดีๆ ผ่าน Facebook Group ต้องบอกว่ากลุ่มต่างๆ ใน Facebook เหล่านี้ถือว่าเป็นตัวทำเงินและสร้างกำไรมากมายมหาศาลให้ใครหลายคนเลยทีเดียว หลายธุรกิจจากเล็กมาใหญ่ จากการขายของออนไลน์ให้ปังจนกลายเป็นผู้นำตลาด ก็มาจากการขายและโปรโมทในกลุ่ม หากใครนึกถึงเทคนิคขายของออนไลน์เทคนิคนี้ไม่ออก ให้รีบเปิดมือถือเลย แล้วลองเลือกกลุ่มต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของตัวเอง จากนั้นลองเข้ากลุ่มดู สังเกตดีๆ จะพบว่าผู้ค้าบางคนลงอะไรเยอะแยะไปหมดไม่น่าสนใจ หรือกลุ่มบางกลุ่มก็เป็นกลุ่มที่แทบจะไม่มีอะไรเลย มีแต่น้ำแถมแชร์คลิปอะไรมั่วไปหมด ถ้าเจอแบบนั้นแนะนำให้มองหากลุ่มใหม่ เพราะแสดงว่ากลุ่มดังกล่าวน่าจะเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพต่ำ มีแต่คนขายแต่ไม่มีคนซื้อ ดังนั้นแนะนำให้เลือกกลุ่มลงสินค้าจากความแอคทีฟ และดูการพูดคุยของสมาชิกในกลุ่ม หากมีการเคลื่อนไหวที่ดีก็ถือว่ากลุ่มนั้นมีคุณค่า นอกจากนี้เราควรนำเสนอสิ่งที่มีประโยชน์และคอนเทนต์ดีๆ ในกลุ่มเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นค่อยลองเริ่มโปรโมทแบบไทอินสินค้าของเราภายหลัง (ขายของออนไลน์ยังไงให้มีคนซื้อ)

2. เพิ่มความน่าเชื่อถือบน Facebook Page ของตัวเอง สำหรับใครที่มีเพื่อนเยอะๆ แถมเพื่อนเป็นขาช้อปอีก ต้องบอกว่าวิธีนี้จะสามารถใช้เป็นเทคนิคขายของออนไลน์ที่ดีได้เลยทีเดียว ซึ่งอาจจะเหมาะกับมือใหม่ ทุนไม่หนา โดยคุณอาจจะต้องเลือกสินค้าที่เหมาะสมในการลงขายในหน้าเพจของตนเองซึ่งคุณมีเพื่อนและมีเครดิตความน่าเชื่อถืออยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อสินค้าเริ่มไปได้ดี คุณก็ค่อยขยายการขายไปตามแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่ก็มีข้อควรระวังนิดนึงก็คือ บางคนโพสต์บ่อยจนเพื่อนรำคาญก็มี ดังนั้นการขายบนหน้า Facebook ของตัวเองควรจะโพสต์ขายสินค้าอย่างมีคุณภาพ และจัดความถี่ให้เหมาะสม เพราะถ้าทำไม่ดีจะดูเหมือนว่าเราเป็นสแปม เผลอๆ จะโดนเพื่อนตัวจริง unfriend แบบไม่รู้ตัวก็ได้

3. โปรโมทร้านค้าฟรีบน Shopee การเปิดร้านค้าใน Shopee นั้นทำได้ฟรี และมักมีการตลาดดีๆ มาช่วยให้ร้านค้ากดโปรโมทตัวเองได้ฟรีๆ อยู่ตลอดเวลา ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ลูกค้ารู้สึกเชื่อถือในร้านค้ามากขึ้นอีกต่างหาก ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคขายของออนไลน์ที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ห้ามพลาดเลยทีเดียว Shopee เป็นแพลตฟอร์มน้องใหม่มาหลัง Lazada ก็จริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าขายของออนไลน์นั้น ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าขายของออนไลน์ให้ปังต้องมาลงที่เว็บส้มเท่านั้น โดย Shopee มีอัตราคนเข้าเว็บไซต์สูงถึง 55 ล้านครั้งเลยทีเดียว นอกจากนี้ปัจจัยอย่าง User Experience หรือการใช้งานบนแอพลิเคชั่นของ Shopee นั้นทำให้ผู้ซื้อและผู้ขายใช้งานง่ายสะดวกมาก ถือว่าซื้อง่ายขายคล่องเลยทีเดียว ส่วนในเรื่องของโปรโมชั่นและแคมเปญต่างๆ ก็พิสูจน์มาแล้วว่าดึงดูดลูกค้าได้มากมาย ที่สำคัญเราสามารถโปรโมทร้านค้าและสินค้าได้ฟรีๆ ในหลายๆ แคมเปญอีกด้วย

4. ทำ SEO ฟรีบน Lazada ถึงแม้ปัจจุบันตัวเลขของเหล่านักช้อปจะน้อยกว่า Shopee เพราะมีอัตราการเข้าเว็บเพียง 41 ล้านครั้ง แต่ Lazada ก็เพิ่มยอดขายของออนไลน์ให้ปังให้กับหลายๆ ร้าน แถมยังมีสิ่งต่างๆ มาดึงดูดขาช้อปได้อยู่เสมอ เพราะมักจะมีทั้งแคมเปญโปรโมชั่นดังๆ เช่น วันคนโสด และ 11.11 มาลดกันจนลูกค้าแทบถล่ม  แถม Lazada เองสร้างแพลตฟอร์มให้เหมาะกับการค้นหาทั้งแบบ SEO ไปจนถึงการทำ Google Ads เลยทีเดียว ซึ่งเวลาลูกค้าค้นหาอะไรบน Google ร้านของคุณอาจแสดงอันดับบน Google ก็เป็นได้ ส่วนใครสายเทคนิคก็สามารถทำ SEO ของร้านใน Lazada ให้ขึ้นอันดับเองได้เช่นกัน แต่อย่าลืมว่าควรจะเน้นเรื่องของการบริการ คุณภาพสินค้าและการจัดส่ง เพราะเป็นตัวหลักในการทำคะแนนร้านค้าให้ดูดีน่าเชื่อถือ และจะส่งผลต่อการตัดสินใจในการซื้อได้อย่างมากมายเลยทีเดียว

5. สร้างภาพลักษณ์สินค้าผ่าน Instagram หากคุณแป็นคนหนึ่งที่อยากปลุกปั้นสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง ต้องบอกเลยว่า Instagram นั้นถือเป็นเต็งหนึ่งในการสร้าง Branding ที่ดีมาก โดยเฉพาะถ้าหากสินค้าของคุณเป็นสินค้าแฟชั่น เน้น Brand Image ที่เน้นรูปลักษณ์สวยงาม Instagram ถือเป็นเทคนิคขายของออนไลน์สำหรับสินค้ากลุ่มนี้เป็นหลักเลยทีเดียว ดังจะเห็นได้จากหลายแบรนด์จะมีการใช้ Influencer และเปิดร้านค้าในหน้า Instagram ไว้อย่างมากมาย แต่ก่อนที่จะเข้าถึงเทคนิคขายของออนไลน์ผ่าน Instagram นั้นมาทำความเข้าใจข้อมูลในเชิงลึกของโซเชียลมีเดียตัวนี้กันก่อน โดยเชิงสถิตินั้นพบว่า 72% ของลูกค้าที่เห็นภาพสวยชวนฝันใน Instagram มักจะมีความรู้สึกอยากจับจ่ายใช้สอยมากมายเลยทีเดียว และจำนวน 38% ของลูกค้าเหล่านั้นนิยมซื้อสินค้าจากโฆษณาสวยๆ ผ่านช่องทางนี้กันเป็นหลัก ดังนั้นถ้าคุณอยากจะเติบโตในสายสร้างแบรนด์และขายของออนไลน์ให้ปังไปด้วยพร้อมๆ กัน ก็ขอแนะนำให้ลองช่องทางนี้ดู

6. ทำเว็บไซต์และสร้าง Organic Traffic หลายคนมักจะกลัวว่าการทำเว็บไซต์นั้นยุ่งยากสุดแสนจะลำบากเพราะไม่รู้เรื่องทางไอที แต่รู้ไหมว่าเดี๋ยวนี้มีเว็บสำเร็จรูปมากมายที่ทำให้เราสร้างเว็บได้เพียงไม่กี่คลิ๊กก็สำเร็จแล้ว บอกเลยว่าเป็นอีกเทคนิคขายของออนไลน์ที่สร้างยอดขายได้แบบเงียบๆ แต่สร้างเว็บแล้วยังไม่จบแค่ตรงนั้น เพราะการที่จะทำให้คนเข้าเว็บมาดูสินค้า หากไม่อยากจะเสียเงินค่าโฆษณา เราก็ต้องมี Organic Traffic จากการทำ SEO เป็นหลัก ซึ่งถ้าเอาตามจริงแล้ววิธีการนี้อาจจะใช้เวลา แต่หากทำได้ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะช่วยได้ในระยะยาวเลยทีเดียว

7. ดึงดูดผู้คนผ่านคอนเทนต์ที่น่าสนใจบน TikTok แพลตฟอร์มน้องใหม่ที่ใครๆ ก็เริ่มจะคุ้นเคย ดูเหมือนบนฟีดของ TikTok จะมีแต่เรื่องราวขำขันสนุกสนาน แต่รู้ไหมว่า TikTok กำลังกลายเป็นเทคนิคขายของออนไลน์ของหลายแบรนด์สินค้า รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าธรรมดาอย่างพวกเราด้วย ที่สำคัญแทบจะไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่ต้องเหนื่อยและพยายามหน่อยก็คือ การทำเสนอคอนเทนต์บนหน้า Feed ใน TikTok ให้น่าสนใจและทำให้แบรนด์สินค้าเป็นที่รู้จัก รับรองว่าเมื่อคนติดคอนเทนต์ของแบรนด์ คุณก็สามารถสร้างยอดขายของออนไลน์ให้ปัง จนจัดส่งไม่ทันกันเลยทีเดียว

8. สร้าง Personal Branding หรือตัวตนบนโลกออนไลน์ เราอาจจะเห็นทั้ง Blogger และเหล่า Influencer ที่สร้างตัวตนจนมีชื่อเสียงโด่งดังบนโลกออนไลน์ แถมกินเงินจากค่าโฆษณาไปแบบเงียบๆ จนรวยตั้งหลายคน โดยการสร้างตัวตนนั้นถือเป็นเทคนิคขายของออนไลน์ที่ดีมากๆ อีกทางหนึ่ง เพราะแทบไม่ต้องเสียค่าโฆษณาใดๆ เลยถ้าหากคุณสามารถสื่อสารและสร้างคอนเทนต์คุณภาพให้กลับกลุ่มผู้ฟังหรือผู้ติดตามได้ หลายคนสร้างตัวตนจนกลายเป็นแบรนด์ไปเลยก็มี ไม่ว่าจะโพสต์ใส่อะไร ขายอะไร ทำอะไร ก็สามารถโน้มน้าวให้คนซื้อช้อปปิ้งได้ ดังนั้นหากกล้าๆ หน่อยลองขายของออนไลน์ให้ปังด้วยการสร้างตัวตนแบบ Personal Branding ก็น่าจะคุ้มค่าไม่น้อยเลยทีเดียว

9. โปรโมททางอ้อมผ่านรีวิวลูกค้า หลายคนหารู้ไม่ว่าร้านค้าสามารถสร้างยอดขายของออนไลน์ให้ปังได้ แบบไม่เสียเงินค่าโฆษณา โดยควรเน้นไปที่การบริการและคุณภาพสินค้าของตนเอง เพราะลองนึกถึงเวลาเราเจอร้านค้าที่มีรีวิวดีๆ แบบติดดาว เราเองก็มักจะอยากเข้าไปซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งการจะทำแบบนี้ได้คุณควรจะรักษาคุณภาพมาตราฐานของร้านให้ดีสม่ำเสมอ เมื่อมีรีวิวดีๆ แบบนี้มาดึงดูดใจก็จะช่วยสร้างยอดขายของออนไลน์ให้ปังได้ในไม่ช้า

สรุป

ทั้งหมดนี้อย่าลืมศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนที่จะลงมือดทำ ที่สำคัญเราควรทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และเลือกสินค้าให้เหมาะสม จากนั้นค่อยพัฒนากลยุทธ์ในการขาย รวมถึงทำความเข้าใจกับเทคนิคขายของออนไลน์พร้อมทั้งหาช่องทางการตลาดแบบฟรีๆ ไปพร้อมๆ กัน ถ้าจะให้ดีแนะนำว่าลองเปิดร้านค้าในหลายๆ แพลตฟอร์ม เช่น ลงทั้ง Shopee และ Lazada ควบคู่ไปกับขายใน Facebook และ IG ดูก็ได้ จากนั้นลองเปรียบเทียบตัวเลขยอดขายและผลกำไร ก็จะทำให้คุณเห็นจุดสำคัญได้ง่ายมากขึ้น รับรองได้เลยว่าหากทำตามที่ว่าคุณก็จะขายของออนไลน์ให้ปังได้อย่างแน่นอน

Reference:

https://www.inc.com/andrew-thomas/7-ways-to-grow-sales-without-facebook-or-google.html

The $0 Ad Budget: How to Increase Sales Without a Single Advertisement

https://www.lifehack.org/311999/9-ways-super-effective-marketing-without-spending-lot

https://brandinside.asia/e-commerce-thailand-war-lazada-vs-shopee-still-neck-to-neck-bofa-analysis-14-jan-2021/

https://mgronline.com/business/detail/9630000117814

Our Score
Click to rate this post!
[Total: 0 Average: 0]
>